รัฐเคนทักกีเคลื่อนย้ายรูปปั้นผู้นำสมาพันธครั้งใหญ่

Kentucky-image

ผู้นำรัฐบาลของเคนตั๊กกี้ ได้ตัดสินใจที่จะเคลื่อนย้ายรูปปั้นผู้นำสัมพันธมิตรทั้งสองโดยกำหนดการคือวันพฤหัสบดีที่ใกล้จะถึงนี้ โดยจะย้ายไปในจุดที่เหมาะสมกว่านี้ เนื่องจากได้รับข้อเสนอให้ทำการเคลื่อนย้ายรูปปั้นที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของเจ้าหน้าที่สัมพันธมิตร John Hunt Morgan และ John C. Breckinridge โดนมติถือเป็นเอกฉันท์ โดยได้รับการยืนยอมให้นำเดินการจากทาง Lexington-Fayette Urban County Council หลังจากใช้เวลาประชุมร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง โดยผู้คนต่างลุกขึ้นยืนและตบมือให้หลังจากชนะผลการโหวต

โดยรูปปั้นมีกำหนดการณ์ให้เคลื่อนย้ายออไปในทันที โดยมีเวลา 30 วันในการเลือกสถานที่ตั้งที่เหมาะสมแห่งใหมไห้ได้ สุดท้ายแล้วการอนุญาติของศาลนั้นอาจไม่มีความหมาย ตราบใดที่เราไม่ได้อนุญาติจากกองทัพ สมาชิกเก่าแก่ของเมืองบอกอีกด้วยว่าเข้าต้องการที่จะเก็บรักษาประวัตศาสตร์เอาไว้ ไม่ใช่ลบมันออกไป ดังนั้นการเลือกที่จะนำรูปปั้นลงมา เพราะเสี่ยงที่ผู้คนจะทำลายทิ้ง แล้วนำไปเก็บไว้ที่อื่น เป็นทางออกที่ดีสุดในขณะนั้น อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่หลุยส์วิลล์เป็นเวลา 121 ปี มีความสูงโดยรวม 70 ฟุต ทำขึ้นจากหินแกรนิตมากกว่า 100 ตัน

ในที่สุดรูปปั้นก็ถูกถอดแยกชิ้นส่วนออกเป็นหลายชิ้น และนำขึ้นบนหลังรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อส่งเดินทางไปประกอบที่อื่นห่างออกไป 45 ไมล์ ในสถานที่ ๆ ประวัตศาสตร์สามารถมีชีวิต หรือมีตัวตนอยู่ได้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา สัญลักษณของสัมพันธมิตรเริ่มกลายเป็นตัวกระตุ้นความรุนแรง กลุ่มคนเริ่มก่อตัวประท้วงอย่างรุ่นแรงหน้ารูปปั้น Rober E. Lee กลุ่มผู้ประท้วงได้ค้องเชือกรัดหุ่น และช่วยกันโค่นมันลงจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้หลายเมืองนั้นเร่งรีบที่จะทำการขนย้ายนำรูปปั้นไปเก็บรักษาที่อื่นแทน

ในสมัยก่อนนั้น รูปปั้นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงการฟื้นตัวหลังสงคราม African Americans แต่ก็ประสบปัญหาทางเงินจนไม่สามารถสร้างได้เสร็จ สุดท้ายกลุ่มแม่ม่ายของทหารสัมพันธมิตรต่างรวบรวมทุนในการก่อสร้างรูปปั้น เพื่อระลึกถึงคนรักของพวกเธอที่จากไป แต่คนอื่นอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกเช่นเดียวกับพวกเธอ ถึงอย่างไรก็ตามรูปปั้นยังคงตั้งตระหง่านอยู่รอดมากว่าร้อยปี ท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่นถนนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของมหาวิทยาลัย Louisville และการประท้วงของนักศึกษามหาลัย

ระหว่างที่ทำการลื้อถอนออกจาก Louisville ครอบครัวชาว African American บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาต่อหน้าพื้นที่ปฏิบัติงาน ที่เสียออกถึงความเสียใจต่อการสูญเสียที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  ในขณะที่มหาวิทยาลัยอยากจะเอาออกไปให้เร็วที่สุดโดยไม่ได้เสียตังค่าใช้จ่ายซักบาท ปัญหาจึงตกไปอยู่ที่มูลนิธิโรงเรียนที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในงานลื้อถอนเป็นตัวเลข 6 หลัก